เมื่อคอมเพรสเซอร์แอร์เสีย มีทางเลือกอะไรบ้าง

เมื่อคอมเพรสเซอร์แอร์เสีย มีทางเลือกอะไรบ้าง
A: โดยปกติทางร้านจะเสอนทางเลือกให้ลูกค้าในกรณีที่คอมเพรสเซอร์เสีย คือ 1.เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์ลูกใหม่ของแท้ 100% (ราคาสูงหน่อยแต่ใช้คุม) 2. เปลี่ยนคอมเพรสเซอร์มือสอง ที่ทางร้านทำการซ่อมด้วยอะไหล่มาตราฐานภายใน พร้อมเติมน้ำมันคอมเพรสเซอร์ใหม่ (ราคาถูกกว่าครึ่งแต่อายุการใช้งานสั้นกว่าของใหม่ โดยปกติเรารับประกันให้ 3 เดือน) 3. ซ่อมคอมเพรสเซอร์โดยปกติถ้าปัญหาเกิดจากคลัทช์ เราสามารถเปลี่ยนเฉพาะคลัทซ์ให้ได้

Q: เมื่อคอลย์เย็นหรือตู้แอร์รั่ว ควรจะทำอย่างไร
A: คอลย์เย็นหรือตู้แอร์ (Evaporator) ทำหน้าที่ดูดซับความร้อนของอากาศในห้องผู้โดยสาร ความร้อนนี้จะถูกถ่ายไปสู่น้ำยาแอร์อีกทีหนึ่ง โดยปกติเมื่อคอล์ยเย็นหรือตู้แอร์รั่ว ต้องทำการเปลี่ยนตู้แอร์ใหม่ ไม่สามารถทำการซ่อมได้ (ตู้แอร์บางอย่างอาจจะทำการเชื่อมรอยรั่วได้ แต่จะไม่ทนทาน) ตู้แอร์มีหลายเกรดหลายชนิดขึ้นอยู่กับวัสดุที่ใช้ทำตู้แอร์ เพราะฉนั้นท่านเจ้าของรถยนต์ไม่สามารถที่จะเทียบราคาที่แตกต่างกันตามร้านแอร์ต่างๆได้ ท่านควรเลือกร้านแอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ และประสบการ์ณเพื่อจะได้รับการบริการที่มีคุณภาพ และได้รับอะไหล่ที่มีคุณภาพด้วย โดยปกติราคาการเปลี่ยนตู้แอร์ใหม่จะเริ่มต้นที่สองพันกว่าบาทสำหรับรถญี่ปุ่นทั่วไป

Q: ทำไมเมื่อซ่อมแอร์รถยนต์ ช่างแนะนำให้เปลี่ยนรีซีฟเวอร์ดรายเออร์หรือกรองน้ำยาแอร์
A: ระบบแอร์รถยนต์เป็นระบบปิด ซึ่งสารทำความเย็น หรือน้ำยาแอร์จะไหลวนอยู่ในระบบเพื่อนำความร้อนจากห้องโดยสารไปถ่ายเทข้างนอกตัวรถยนต์กรองน้ำยาแอร์หรือรีซีฟเวอร์ดรายเออร์ (Receiver Drier) เป็นตัวเก็บน้ำยาแอร์และกรองสิ่งเจือปนต่างๆออกจากน้ำยาแอร์ และยังมีสารดูดความชื้นเพื่อดูดความชื้นในระบบออก เป็นการป้องกันการจับตัวเป็นน้ำแข็ง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ความเย็นลดลง การถอดเปลี่ยนอุปกรณ์ต่างๆของระบบแอร์ จะทำให้ระบบที่ปิดสนิทเปิดออก อากาศภายนอก็จะสามารถเข้าไปในกรองน้ำยานี้ได้ซึ่งจะทำให้สารดูดความชื้นมีประสิทธิภาพน้อยลง เพราะฉนั้นช่างควรแนะนำให้เปลี่ยนกรองน้ำยาแอร์ร่วมกับการเปลี่ยนอะไหล่อื่นๆที่เสีย เพื่อเป็นการรักษาประสิทธิภาพการทำความเย็น โดยปกติกรองน้ำยาแอร์ราคาประมาณ สามร้อยถึงสองพันกว่าบาท