น้ำมันรำข้าวเป็นน้ำมันที่สกัดได้จากรำข้าวและเมล็ดข้าว

น้ำมันรำข้าว เป็นน้ำมันที่สกัดได้จากรำข้าวและเมล็ดข้าว ส่วนใหญ่นิยมใช้ประกอบอาหารเป็นหลัก โดยเฉพาะในประเทศแถบเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น อินเดีย เป็นต้น ด้วยคุณสมบัติของน้ำมันรำข้าวที่มีจุดเดือดสูงจึงเหมาะกับการประกอบอาหารประเภททอดหรือใช้ความร้อนสูง เนื่องจากไขมันในน้ำมันจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างได้ง่ายเมื่อผ่านอุณหภูมิสูง เพราะหากใช้น้ำมันจุดเดือดต่ำประกอบอาหารที่ใช้ความร้อนสูงจนเลยจุดเดือดของน้ำมันจะทำให้เกิดสารที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนี้ ยังมีการผลิตน้ำมันรำข้าวในรูปแบบของอาหารเสริมหรือใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

น้ำมันรำข้าว

น้ำมันรำข้าวมักถูกกล่าวอ้างถึงคุณประโยชน์ต่อโรคต่าง ๆ มากมาย เช่น โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง โรคอ้วน ป้องกันมะเร็ง เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน พัฒนาการทำงานของตับ ลดความเสี่ยงจากโรคหัวใจ อาการแพ้ของผิวหนัง ผื่นผิวหนังอักเสบ และอื่น ๆ ซึ่งการค้นคว้าในปัจจุบันค่อนข้างจำกัด แต่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่รศึกษาประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวต่อสุขภาพไว้บางส่วน ดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการของน้ำมันรำข้าวที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรค

ภาวะคอเลสเตอรอลสูง น้ำมันรำข้าวมักได้รับการกล่าวถึงเกี่ยวกับคุณสมบัติในการลดไขมันในเลือด เนื่องจากมีสารสำคัญหลายตัว เช่น แกมมา โอไรซานอล (Gamma Oryzanol) เบต้า-ซิโตสเตอรอล (Beta-Sitosterol) โทโคไตรอีนอล (Tocotrienols) ซึ่งอาจมีส่วนสำคัญในกระบวนการสลายไขมันและยับยั้งเอ็นไซม์ HMG-CoA Reductase โดยเป็นตัวช่วยในเรื่องการสังเคราะห์ไขมันในร่างกาย

จากการศึกษาคุณสมบัติของน้ำมันรำข้าวสูตรผสม (น้ำมันรำข้าวผสมกับน้ำมันเมล็ดคำฝอยในอัตราส่วน 70: 30) ต่อการลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดของผู้ป่วยภาวะไขมันในเลือดสูง จำนวน 80 คน เป็นเวลา 3 เดือน โดยผู้ป่วยกลุ่มทดลองได้รับน้ำมันรำข้าวผสมในปริมาณ 1 ลิตรต่อคนต่อเดือน ควบคู่กับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต เช่น เพิ่มการออกกำลังกายและมีผู้ให้คำปรึกษาด้านอาหาร ในขณะที่อีกกลุ่มควบคุมได้รับน้ำมันชนิดอื่น ผลปรากฏว่า กลุ่มทดลองมีระดับไขมันในเลือดชนิดไม่ดีและระดับไขมันรวมลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุม ซึ่งชี้ให้เห็นว่า น้ำมันรำข้าวสูตรผสมและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันช่วยลดระดับไขมันในเลือดลง และอาจช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ไม่สมดุลอื่น

เช่นเดียวกับการศึกษาผลของน้ำมันรำข้าวต่อระดับไขมันในอาสาสมัครที่มีสุขภาพดี จำนวน 9 คน อายุระหว่าง 42-57 ปี โดยได้รับน้ำมันรำข้าวปริมาณ 75 มิลลิลิตร วันละ 3 ครั้ง เป็นระยะเวลา 50 วัน จากนั้นเปรียบเทียบผลการตรวจเลือดก่อนและหลังการทดลองจบลง ผลพบว่า ระดับไขมันชนิดไม่ดี ไขมันรวม ไขมันชนิดวีแอลดีแอล (VLDL) และไตรกลีเซอไรด์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จึงเชื่อว่าน้ำมันรำข้าวมีส่วนช่วยในการลดไขมันอย่างเห็นได้ชัด สอดคล้องกับอีกการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพของน้ำมันรำข้าวในอาหารต่อระดับไขมันในเลือดของผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูงจำนวน 14 คน โดยให้รับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำมันรำข้าวผสมกับน้ำมันชนิดอื่น (น้ำมันรำข้าวคิดเป็น 1 ส่วน 3 ของไขมันในอาหาร) ต่อมาจึงได้รับน้ำมันผสมที่มีองค์ประกอบของกรดไขมันคล้ายกับของน้ำมันรำข้าว โดยศึกษาเป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 10 สัปดาห์ ปรากฏว่า ขณะที่รับประทานน้ำมันรำข้าวมีระดับไขมันรวมและไขมันชนิดไม่ดีในเลือดลดลงกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับการรับประทานน้ำมันอีกชนิด แต่ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของระดับไขมันชนิดดี น้ำมันรำข้าวจึงอาจช่วยลดระดับไขมันในเลือดของคนที่มีสุขภาพดีได้

จากข้อมูลตามข้างต้นชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่าน้ำมันรำข้าวอาจมีส่วนช่วยลดระดับไขมันชนิดไม่ดีและระดับไขมันรวมในเลือดลง แต่ยังไม่สามารถสรุปว่าช่วยลดไขมันชนิดอื่นได้แน่ชัด อย่างไรก็ตาม ควรมีการควบคุมการรับประทานอาหารและออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

เพิ่มเติม : https://siam-crystal-rice.com