อาการแพ้ครีมนวดทำให้ผมร่วง

ครีมนวดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่ปรับสภาพเส้นผมให้เกิดสมดุล รักษาความแข็งแรง และฟื้นฟูสภาพเส้นผมที่เสียหายจาก สารเคมี ไม่ว่าจะเป็น แชมพู น้ำยายืดผม เปลี่ยนสีผม ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมต่างๆ และความร้อน ครีมนวด จึงมีคุณสมบัติในการให้ความชุ่มชื้นแก่เส้นผม ลดการพันกันของเส้นผม ไม่ทำให้ผมร่วง เคลือบผิวเส้นผมให้เรียงตัว เรียบลื่น ลดการเกิดไฟฟ้าสถิต ป้องกันเส้นผมจากความร้อน ให้ความเงางามแก่เส้นผม ทำให้เส้นผมอ่อนนุ่มจัดทรงง่าย

ครีมนวดในตลาดบ้านเราส่วนมากยังมีการใช้สารเคมีบางชนิดเป็นส่วนผสมอยู่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้และทำให้เกิดอาการผมร่วง ผมบางได้ อาการแพ้ครีมนวดที่มักเห็นได้ชัดที่สุด คืออาการผื่นแพ้เกิดขึ้นที่หนังศีรษะ อาจมีตุ่มแดง สิว เกิดขึ้นตามหน้าผาก กรอบรูปหน้า แผ่นหลัง ลำคอ ซึ่งเป็นผลมาจากครีมนวดที่ใช้ มีส่วนผสมของสารซิลิโคน และสารเคลือบผิวผม

ผลกระทบของซิลิโคนในระยะยาว เนื่องด้วยสารซิลิโคนมีคุณสมบัติที่สามารถเคลือบเส้นผมได้ดี จนเกาะติดเส้นผมและหนังศีรษะยากที่จะล้างออกแม้จะสระแชมพูและล้างด้วยน้ำในปริมาณมากๆก็ตามแต่ยังคงตกค้างอยู่ ซึ่งนอกจากจะเกิดปัญหากาการอุดตันสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่ายด้วยแล้ว ยังสร้างปัญหาสำหรับคนที่มีหนังศีรษะมันและรากผมอ่อนแออีกด้วย คือ เมื่อสารซิลิโคนและสารเคลือบผิวผมเกิดการสะสมอุดตันเป็นเวลานาน จะทำให้เส้นผมเล็กลีบ  แบน ขาดชีวิตชีวา ผมร่วงง่าย และมีโอกาสหนังศีรษะล้าน เพราะซิลิโคนเข้าไปทำลายรากผมให้อ่อนแอ และขัดขวางการเจริญเติบโตของเส้นผม

การอาการแพ้แชมพู

   แชมพูที่ดีนอกจากจะช่วยล้างทำความสะอาดสิ่งสกปรกให้ออกไปจากเส้นผมแล้ว แชมพูที่ดีจะไม่ระคายเคืองต่อเยื่อบุตา ล้างออกง่าย และช่วยให้ผมนุ่มสลวยจัดทรงง่าย แต่แชมพูไม่ได้มีเพียงแต่สารลดเเรงตึงผิวเท่านั้น ยังมีสารต่างๆเพื่อให้แชมพูน่าใช้ เช่น น้ำหอม สี ยาบางชนิด และสารป้องกันตกตะกอน อาจเป็นไปได้ว่าอาการแพ้แชมพูนั้น สาเหตุแท้จริงอาจมาจากสารหลัก และอาจมาจากการแพ้สารเติมแต่งบางชนิดก็เป็นได้ ซึ่งอาการที่พบบ่อยที่สุด คือมีผดผื่น อาการคันหนังศีรษะ เป็นรังแค เส้นผมร่วง  เมื่อมีอาการเหล่านี้ที่ใช้แชมพูจะต้องหยุดใช้แชมพูนั้นๆทันที

    แชมพูมีสารลดแรงตึงผิวเป็นสารประกอบหลักซึ่ง แน่นอนว่าเป็นสารเคมีที่ส่วนใหญ่จะมีค่าความเป็นด่างสูง  ทำหน้าที่ชะล้างสิ่งสกปรกโดยไม่แยกแยะว่าส่วนไหนควรกำจัด หรือส่วนใหนควรละเว้น แน่นอนว่าน้ำมันธรรมชาติที่ต่อมไขมันใต้ผิวหนังศีรษะผลิตออกมาเพื่อป้องกัน และสร้างความแข็งแรงให้แก่หนังศีรษะ ก็ถูกชะล้างออกไปด้วยเช่นกันทำให้หนังศีรษะขาดความชุ่มชื้นอย่าไม่สมดุล และเมื่อหนังศีรษะเกิดความอ่อนแอสะสมสารเคมีอื่นๆ ที่ไม่น่าจะสร้างปัญหาให้แก่เส้นผมและหนังศีรษะได้ เช่นสารแต่งเติมก็จะเข้าไปอุดตันตามรูขุมขนทั่วหนังศีรษะ และเส้นผมจะสามารถสร้างความเสียหาย และทำให้เกิดการระคายเคือง  เกิดอาการคันหนังศีรษะ เส้นผม แห้งชีฟู ขึ้นได้ และเมื่อเกิดการสะสมโดยไม่มีการ หยุด หรือเปลี่ยนแชมพู อาการก็จะเริ่มรุนแรงขึ้น เช่นเกิดการแตกตัวและหลุดออกของเซลหนังศีรษะที่เรวผิดปกติ จนเกิดเป็นรังแค ผิวหนังอักเสบ และเส้นผมร่วง เป็นต้น

   ควรเลือกใช้แชมพูที่มีความอ่อนโยน แต่หากหลีกเลี่ยงที่จะต้องพบเจอกับแชมพูที่มีส่วนผสมของสารชะล้างที่มีปริมาณมากๆ ไม่ได้เราก็ควรล้างฟองออกให้หมดจด เพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมของสารเคมี และหากเริ่มมีอาการแสบ คันหนังศีรษะ ผมร่วง หลังจากใช้แชมพูครั้งแรกต้องหยุดใช้แชมพูนั้นๆทันที

  

โรคพุ่มพวงกับปัญหาผมร่วง

โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง คนไทยเรารู้จักกันดีในชื่อ โรคพุ่มพวง เป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันโดยตรง ปกติคนเราจะมีภูมิคุ้มกันไว้เพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค แบททีเรีย ไวรัสต่างๆ ที่แปลกปลอมเข้าสู่ร่างกาย แต่ด้วยปัจจัยบางอย่าง ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันเกิดการสับสนเข้าใจว่า เนื้อเยื่อในร่างกายเป็นสิ่งแปลกปลอมแล้วก็ส่งปฎิกิริยาเกิดการอักเสบเพื่อที่จะทำลาย โดยการส่งเม็ดเลือดขาวพร้อมทั้งผลิตตัวภูมิชนิดหลั่งออกมา เพื่อไปทำลายตามส่วนต่างๆของร่างกาย80% ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเป็นผู้หญิงที่มาอายุ อู่ระหว่าง 20 – 45 ปี ซึ่งไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า

ความรุนแรงของโรคก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นในส่วนใด ระบบใดของร่างกาย เช่น ระบบประสาท ระบบหัวใจ ระบบเลือด กล้ามเนื้อ ระบบไต ระบบทางเดินอาหาร  และระบบผิวหนัง สาเหตุที่ผมร่วงนั้นไม่ได้เกิดจากสาเหตุนี้เพียงอย่างเดียว ซึ่งอาจจะเกิดจากการที่เซลล์ที่เกิดการอักเสบมาล้อมบริเวณรากผม ทำให้ภูมิคุ้มกันเกิดความสับสนเข้าใจว่าเซลล์รากผมคือสิ่งแปลกแล้วหลั่งสารออกมาทำลาย ทำให้รากผมเสียหายและเส้นผมร่วงได้เช่นกัน ปัญหาผมร่วงส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับช่วงเวลาที่โรคกำเริบ และเมื่อโรคสงบลงจะพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีผมแหว่งไป และเมื่อเจอแสงแดง หรือสัมผัสแสงแดด ในบริเวณที่แหว่งนั้นก็จะเกิดอาการแสบแดง ซึ่งวิธีที่จะหยุดปัญหาผมร่วง นั้นส่วนใหญ่จะเป็นวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการ การบำรุง เร่งการเจริญเติบโตของเส้นผม ตามลำดับ ซึ่งผลที่ได้มากน้อยนั้น จะแตกต่างกันไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขภาพและลักษณะการดำเนินโรคของผู้ป่วยแต่ละคน

โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง แม้เป็นโรคที่สามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตแต่หากผู้ป่วยได้รับการรักษาและมีการควบคุมการกำเริบของโรคที่ดี มีความระมัดระวังในการใชีวิต  มีการดูแลรักษาสุขภาพ และฎิบัติตนตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ผู้ป่วยก็จะสามารถหายจากอาการและสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ